สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB) ใครๆก็คิดว่าเธอเป็นคน “เป๊ะ”

ดูจากภายนอกอาจจะดูเป็นคนที่ดูเนี้ยบและดุ แต่จริงๆ แล้วเมื่อ d-daytrendy ได้มานั่งคุยเปิดใจกัน ทำให้รู้ว่าผู้หญิงลุคเปรี้ยว เฉี่ยว เป็น working woman คนนี้ มีความง่ายๆ ในแบบที่สร้างรอยยิ้มให้เราได้ไม่ยากเลยจริงๆ วันนี้เรามีนัดกับ ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB) หรือที่ทุกคนเรียกเธอว่า “คุณกระติก” 

มาทำความรู้จักกันก่อนว่า คุณกระติก คือใคร

ปัจจุบัน “คุณกระติก” ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการซึ่งเป็นองค์การมหาชน คนส่วนใหญ่ก็จะรู้จักกันในนาม ทีเส็บ (TCEB) หรือ สสปน.

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

เล่าถึงงานให้ d-daytrendy ฟังหน่อยค่ะ ว่าทำเกี่ยวกับอะไรบ้าง

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ เป็นหน่วยงานภาครัฐที่สนับสนุนส่งเสริมพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรม ที่เขาเรียกกันว่า “อุตสาหกรรมไมซ์” ซึ่งคนส่วนใหญ่พอฟังว่าอุตสาหกรรมไมซ์ เอ๊ะ! มันคืออะไร จริงแล้วมันก็คือตัวย่อ ของคำว่า M I C E  ที่มาจาก Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions หรือ การประชุม การสัมมนา การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การประชุมวิชาชีพ แล้วก็งานแสดงสินค้า

ดังนั้นหน่วยงานของทีเส็บโดยสำนักภูมิภาคนั้น ก็จะทำภารกิจในส่วนของพื้นที่ที่มีศักยภาพความพร้อม นำงานที่เป็นงานไมซ์หรืองานประชุมวิชาชีพขนาดใหญ่ งานสัมมนา งานแสดงสินค้า และงานอีเวนต์จากส่วนกลางลงสู่ภูมิภาค และอีกภารกิจหนึ่งก็คือการสนับสนุนในส่วนของงานประชุม งานแสดงสินค้า งานอีเวนต์ที่มีอยู่แล้วในภูมิภาค ยกะรดับให้เป็นมาตรฐานขึ้นเพื่อเป็นการตอกย้ำอุตสาหกรรมพื้นที่ที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้ยกระดับแล้วก็ทำให้เกิดองค์ความรู้ ทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายต่อยอดทางธุรกิจ ดังนั้นอุตสาหกรรมไมซ์ ก็จะเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในเชิงของธุรกิจเป็นหลักเพื่อต้องการต่อยอดทางการค้า การลงทุน  ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ การซื้อ การขาย ผ่านงานแสดงสินค้า  หรือแม้กระทั่งตัวองค์ความรู้ต่างๆ ที่เกิดจากการประชุม ก็จะได้ต่อยอดกันในเชิงของธุรกิจในพื้นที่ค่ะ บางคนเขาอาจจะเข้าใจว่า คือ การท่องเที่ยวซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ค่ะ

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

เข้าสู่วงการ ธุรกิจ MICE ได้อย่างไร

คุณกระติกเล่าว่า “นานแล้วนะ น่าจะถึง 20 ปีแล้ว เริ่มแรกเป็นเหมือนกับ agent  นำคนไปออกงานแสดงสินค้าที่ฮ่องกง ซึ่งตอนนั้นก็จับพลัดจับผลูที่ไม่ได้แบบว่าอยู่ดีๆ ก็เข้ามาเลย เริ่มจากมีนายที่เคารพ คือ คุณศุภวรรณ ตีระรัตน์ ปัจจุบันท่านเป็นรองผู้อำนวยการของ สสปน. เราเคยทำงานกับท่านมากก่อน ท่านเห็นว่าเราสามารถที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ แล้วก็สามารถที่จะเป็นคนประสานงานได้ ดังนั้นการนำผู้ประกอบการชาวไทยไปออกงานที่ฮ่องกง เขาก็คิดว่าเราน่าจะทำได้ ช่วงแรกเข้ามาในวงการงานแสดงสินค้าก่อน แล้วหลังจากนั้นท่านเห็นศักยภาพก็เลยตามเราให้มาอยู่ที่ทีเส็บ ในส่วนของงานแสดงสินค้าด้วยเช่นกัน อยู่มาน่าจะถึง 20 ปีแล้วค่ะ โดยเฉพาะงานแสดงสินค้าอยู่มานานมากค่ะ

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

คิดยังไงกับคำว่า “ทำงานกับเที่ยว ก็เหมือนเรื่องเดียวกัน”

อืมมม!  จริงๆ แล้วถือเป็นโอกาส เพราะว่าจากหน้าที่การงาน เข้ามาทีเส็บ ใหม่ๆ อยู่ในส่วนของงานแสดงสินค้านานาชาติ ดังนั้นหน้าที่หลักๆ ของเราตอนนั้นก็คือ  บินไปหาผู้จัดงานแสดงสินค้ารายใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ยุโรป เมืองจีน คือไปหลายโซนมาก เราก็ไปเชิญชวนเขาให้เข้ามาจัดงานแสดงสินค้าในประเทศไทย ตอนนั้นเนี่ย ทำงานก็ถือว่าหนักมาก ไปพบผู้ประกอบการเหมือนเซลล์ nock door  อย่างไปที่เยอรมันนี ไปเจอผู้ประกอบการเยอะมาก แต่เราก็เที่ยวไปด้วย ซึ่งแบบเป็น Work life balance เหนื่อยแล้วก็ต้องพัก ต้องเที่ยว ก็มีโอกาสนิดหน่อยในการที่จะไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ก็ถือว่าเป็น opportunity ที่ทำให้เราได้มีโอกาสเดินทางแล้วก็ทำงานไปพร้อมๆ กัน

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

เดินทางเยอะขนาดนี้ มีประเทศไหนที่ชอบเป็นพิเศษ

ประเทศที่ชอบเป็นพิเศษจะเป็นที่อังกฤษ บางคนอาจจะบอกว่าบรรยากาศที่นี่เป็นแบบทึบๆ อึมครึม เหมือนฝนจะตก แต่เรามีความรู้สึกว่ามันดูสงบ เราชอบบรรยากาศ ไม่ชอบคนเยอะๆ เพราะทำให้ดูวุ่นวาย ชอบบรรยากาศแบบทึมๆ หน่อย เพราะมันดูสงบ มีระเบียบดีค่ะ อากาศก็เย็นๆ มีความชื้น ก็เลยชอบที่นี่ แต่อีกประเทศหนึ่งที่ชอบเรื่องของคนคือ ที่ญี่ปุ่น เพราะคนเขาแบบมี discipline มีความตรงต่อเวลา มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตรงนี้ไม่ได้ทำให้เราอึดอัดเลยนะ เพราะตัวเราเองเป็นคนที่ละเอียด เป็นคนมีระเบียบ เป็นคนตัวตรงเป๊ะ! (เธอเล่าแล้วก็หัวเราะ)

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

Lifestyle เป็นคนยังไง

มันก็ Balance นะ บางคนดูจากภายนอกเหมือนจะเรียบร้อย ดูนิ่งๆ ดูดุ แต่จริงๆ แล้วเป็นคนที่ Easy มากๆ เลยนะ เป็นคนที่มีความ Contrast ในตัวเองสูง เป็นคนละเอียด แต่บางครั้งก็ปล่อยเรื่องอะไรง่ายๆ แต่ถ้าเราเห็นว่าจุดไหนที่มันไม่โอเค เราจะลงไปจัดการทันที แต่โดยปกติแล้วการทำงานที่เรามีลูกน้องต้องดูแล เราก็จะให้ Authorize เขาในขอบเขตที่เราเคลียร์กับเขาชัดเจนว่า เขาสามารที่จะมี Authorize ประมาณไหน แต่ถ้าเริ่มเห็นว่าเขาจะแตกแถวออกไปจากสิ่งที่มันควรจะเป็น เราจะรีบดึงเขากลับมา มันเก็เลยเหมือนว่าเรามีทั้งความเป๊ะ ทั้งดุ แต่จริงๆ ก็มีความ Easy ไปด้วยในตัว อย่างเวลาที่เราประชุม เราจะเป็นคนที่ตรงประเด็น และชัดเจนมากกับสิ่งที่ต้องการ ถ้าเรารู้ว่าเราต้องการอะไรเราตั้ง Goal ไว้ ก็จะสามารถที่จะบอกแล้วอธิบายได้อย่างชัดเจน

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

ด้วยคาแรคเตอร์ที่ดูดุ ลูกน้องเข้าถึงได้ง่ายไหม

ส่วนใหญ่ลูกน้องจะรู้นะคะ เพราะฉะนั้นเวลาที่มาคุยงานกับเรา เขาจะไม่มาแบบลอยๆ เขาจะมาพร้อมข้อมูลที่เก็บทุกอย่างมาให้เรียบร้อยก่อน ก่อนที่จะมาเจอเรา แต่ถ้าสมมุติลูกน้องคนไหนที่เขามาถึงแล้วเราถาม แล้วเริ่มตอบไม่ได้ อันนี้เขาจะรู้สึกได้ว่า งานเข้าแล้วสิ!  เพราะฉะนั้นถ้ามาคุยงานกับเราต้องเตรียมตัว แต่ส่วนใหญ่ลูกน้องที่ทำงานด้วยกันตอนนี้ทำงานด้วยกันมานาน รู้ใจ รู้สไตล์กันหมดแล้ว

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

Mindset เป็นแบบไหน

“ทำทุกวันให้ดีที่สุด” เพราะมีความรู้สึกว่า เราไม่ได้อยากจะมาเสียใจทีหลังกับสิ่งที่มันผ่านไปแล้ว ไม่ชอบคำว่า “รู้งี้” จะไม่ชอบเลยค่ะถ้าสมมุติว่า ณ โมเมนต์นี้เราทำอะไรอยู่ ก็อยากจะให้มันเต็มที่เราจะได้ไม่กลับมาเสียใจทีหลังส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้มากกว่า มันเลยทำให้เราดูเหมือนเป๊ะ! เพราะว่าหนึ่งต้องเตรียมตัว ไม่ว่าจะทำอะไรแต่ละทีก็ต้องเตรียมตัว หาข้อมูลมาก่อน แล้วหลังจากนั้นพอถึงเวลาที่จะต้องทำจริงๆ ก็จะทำอย่างตั้งใจ จริงๆ แล้วเป็นคนที่ไม่ได้คิดมากเลยนะ บางครั้งพอเรามีความรู้สึกว่าเราเตรียมตัวมาดีแล้ว เราทำเต็มที่แล้ว ถ้าเกิดสมมุติว่าถึงจุดนั้น ผลมันจะเป็นอะไร อย่างไร สุดท้ายเราก็จะไม่เสียใจและยอมรับมันได้ค่ะ

มีเรื่องที่ทำให้รู้สึกนอยด์หรือไม่โอเคบ้างไหม

ไม่ค่อยมีนะคะ เป็นคนแปลกที่ไม่ค่อยมีความรู้สึกแบบนี้ ไม่ว่าใครจะมาทำอะไรกับเราเรารับได้ คิดไว้เสมอว่า จริงๆ แล้วเราไม่ได้ถูกใจใครไปเสียทั้งหมด และที่สำคัญในทางกลับกัน เนื่องจากเราไม่ได้ถูกใจเขา เขาก็อาจจะไม่ได้ถูกใจเราด้วยเช่นกัน ดังนั้นเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เราต้องทำใจ  เราคิดว่าเราทำดีที่สุดแล้ว แต่บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่ามันดี เขาอาจจะไม่ชอบก็ได้ ก็เลยเฉยๆ เพราะเราเจอคนค่อนข้างเยอะทำให้เป็นคนที่ปล่อยวางง่ายมากเลยนะ

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

เรื่องสุขภาพสำคัญ

ใช่เลย เหมือนเราจะเป๊ะเรื่องเวลา คือ  3 ทุ่มต้องนอนแล้วนะ แต่ว่าถ้าต้อง on site ถึงตี 1- ตี 2 ตอนทำอีเว้นต์มาเราก็ทำได้ เพราะอันนั้นคืองาน แต่ถ้าเป็นไลฟ์สไตล์ปกติ ไม่เกิน 3 ทุ่มครึ่งก็นอนแล้ว เพราะเราให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพ เพราะว่าจริงๆ แล้วตัวเองเป็นคนที่เลือดจาง เลือดน้อยจะดูตัวซีดๆ แล้วก็ความดันต่ำ ก็เลยมีความรู้สึกว่าเราต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะเราทำงานค่อนข้างหนัก ประชุมเยอะมาก น้อยสุดคือ 3 ประชุม/วัน มากสุด คือแบบพีคๆ เลย คือ 8 ประชุม/วันทาง zoom นั่งต่อกันยาว ก็อาจจะมีเบลอบ้าง ก็ต้องโฟกัสกับการประชุมนั้นๆ เรียกว่าพอจบประชุมสุดท้ายนี่แทบพับเลย ในหัวเราจะรู้สึกจี๊ดๆ เลย เพราะในแต่ละประชุมเราต้องใช้สมอง เพราะว่าเราเป็นคนที่ชอบความชัดเจน เคลียร์ ตัดสินใจ ดังนั้น ทุกประชุมต้องจบ ไม่จบไม่ได้เพราะเขาจะไปทำต่อกันไม่ได้ หรือเป็นคนที่ไม่ชอบไม่ชัดเจน แล้วพอเขาทำงานกลับมามันไม่ใช่ เราต้องแก้ แล้วเราจะแก้งานเร็วมากด้วย จนมีคนถามว่าวันๆ นี่เรานั่งออนไลน์ทั้งวันเลยเหรอ คือ เราจะมีวิธีการคือ เราจะเซตไลน์เอาไว้ว่าอันไหนจะเด้งมาแล้วเราควรจะตอบ ณ โมเมนต์นั้น เพื่อความรวดเร็ว

มีเจ้านายคนหนึ่งตอนเราทำงานครั้งแรก ท่านสอนมาว่า “อีกหน่อยถ้าติกโตเป็นผู้ใหญ่ สิ่งที่เรากำลังเดินไปสำหรับตัวเราเองเมื่อเป็นผู้บริหารมันจะไม่ชัด มันจะเทาๆ มันจะอึนๆ มันจะมองไม่เห็นทางมันจะไปทางไหนดี แต่ลูกน้องที่เดินตามมา ยูมีหน้าที่เคลียร์ให้เขาชัดเจนมากที่สุด เพราะเขาต้องไปทำงานต่อเพราะถ้าเขาอึนๆ งานเราก็จะไม่สำเร็จ ท่านสอนมาแบบนี้ เราก็จำตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา เพราะท่านพยายามจะสอนให้เรารู้ว่า ต้องเคลียร์ให้ชัดให้เห็นภาพ แล้ววันนั้นเราก็เดินต่อไปได้ พอเรามาถึงจุดนี้ เราก็พยายามจะเคลียร์ทุกอย่างให้ลูกน้องให้ชัดมากที่สุด เพราะปริมาณงานมีเยอะ ถ้าสมมุติว่าเขาไม่ชัดงานหนึ่ง ซึ่งงานมันมีเข้ามาอีก มันก็จะถมๆ เพิ่มเข้ามา เพราะฉะนั้นเราเลยต้องเคลียร์ให้เขาชัดที่สุด

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

Motivation ของคุณกระติกคืออะไร

แรงกระตุ้นให้ตัวเอง คือ “ต้องสำเร็จ” แค่นั้นเอง คิดแค่ว่าถ้าเขา assign มาให้เราทำเพราะว่าเขาเชื่อใจเรา ดังนั้นเราก็ไม่อยากทำให้มันผิดพลาด พยายามทำให้ดีที่สุด ให้สำเร็จมากที่สุดในกำลังที่เราทำได้

วิธีที่จะ Move On จากความล้มเหลวอะไรสักอย่าง

“วางไว้ค่ะ”  รู้ว่าเฟล แต่วางไว้ก่อน เพราะว่าตอนนั้นบางครั้งตัวเองก็อาจจะยังเสียใจอยู่ แล้วก็ไปทำอย่างอื่นซะ ถามว่ามันตามไปในหัวไหม ตาม!  แต่พยายามจะไปหาอย่างอื่นทำให้มันจางไปนิดหนึ่ง หันไปเล่นกับลูกบ้าง โฟกัสกับอย่างอื่น หาจุดโฟกัสใหม่ค่ะ พอเราดีขึ้น เราก็กลับมาดูว่าไอ้ที่มันทำให้เราเฟลเพราะอะไร ทั้งๆ ที่เราเป็นคนที่เตรียมพร้อมมาแล้ว เป็นเพราะ factor ที่เราคอนโทรลไม่ได้หรือเปล่าหรือว่าเกิดจากตัวเราเอง ซึ่งถ้าเกิดจากตัวเราเองต้องปรับแล้วนะ แต่ถ้ามันเป็น uncontrollable factor เป็นแฟคเตอร์ปัจจัยอื่นๆ อันนี้ต้องปล่อย เพราะเราคอนโทรลคนอื่นไม่ได้ ปัจจัยอื่นเราคอนโทรลไม่ได้

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

Family

แต่งงานแล้วนะคะ แต่คนทั่วไปมักจะคิดว่าเรายังไม่แต่งงาน เพราะเรายังใช้นางสาวอยู่ เปิดเผยได้นะ แต่คนมักจะไม่ค่อยกล้าถาม มีลูกสาว 1 คน อายุ 12 ปี ด้วยความที่เป็นลูกผู้หญิงจะใกล้ชิดกับคุณแม่ค่อนข้างเยอะ เขาก็จะเลียนแบบคุณแม่ เขาจะเห็นแม่เป็นไอดอล เขาชอบมาคุย มาบอก มาแจ้ง มาปรึกษา ซึ่งเราเปิดทุกเรื่อง ตอนนี้ก็ 12 กำลังจะเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้นก็จะกลายเป็นเพื่อนกัน ตัวโตจะเท่าคุณแม่แล้วล่ะ มีรื้อชุดแม่ไปใส่บ้าง เอากระเป๋าแม่ไปใช้บ้าง เราอยู่กันเหมือนเพื่อน อย่างเมื่อเช้าถ้าไม่ติดเรียนคงตามคุณแม่มาแล้ว จะมาถือป้ายไฟ เรายังถามจะมาเชียร์ใครคะลูก

หรืออย่างเวลาที่ไปถ่ายรายการที่สตูดิโอ เขาก็จะชอบตามไป แล้วบอกจะเอาป้ายไฟไปนะ เป็น FC คุณแม่ แล้วความฮาของคุณแม่คือ เป็นเพื่อนลูกไม่พอ เป็นเพื่อนของเพื่อนลูกไปอีก เพราะเดี๋ยวนี้เด็กๆ เขาจะคุยกันผ่านออนไลน์แล้วก็จะ Face time กันตลอดเวลา คุณแม่ก็จะโผล่หน้าไปทักทายบ้างว่าเล่นอะไรกันนะ คุณแม่เล่นด้วย หรือจะสอนภาอังกฤษกันใช่ไหม หม่ามี๊สอนให้เอาไหม ชอบแอบเข้าไปยุ่งกับเขา (เธอเล่าด้วยรอยยิ้ม)

ตอนนี้น้อง กำลังจะขึ้น ม.1 กำลังดูว่าเขาจะไปต่อในแนวทางไหน เพราะเด็กอายุ 12 น่าจะยังค้นหาตัวเองไม่เจอ เราก็คอยดูว่าเขามีความสามารถตรงไหน เช่น เขาชอบวิชาวิทยาศาสตร์ แต่วิทยาศาสตร์มันก็มีหลายแขนง เราก็ให้เขาเรียนวิทยาศาสตร์ที่เป็นการทดลอง เขาก็ชอบพวกเคมี ก็กำลังดูอยู่ว่าตรงนี้ท่าทางจะไปได้ดี จะเป็น type ไหนกันต่อไป

ก็พยายามสอนเค้านะ ว่าชีวิตมันต้องมีการแข่งขัน เพราะฉะนั้นในส่วนของ ป.6 จะขึ้น ม.1 จริง ๆ โรงเรียนที่น้องเรียนอยู่ก็สามารถต่อได้เลย ยาวถึงม.6 แต่เราก็อยากจะให้เขารู้ว่าในโลกนี้ต้องมีการแข่งขัน ไม่อย่างนั้นถ้าเขา pass ขึ้นไปแบบปกติ ชีวิตก็จะราบเรียบ เหมือนมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็เลยพยายามจะให้เขาไป Pre-test ไปสอบไปลองดูว่าข้างนอกเขาจริงจังกันเบอร์นี้นะ ไม่อย่างนั้นเขาจะอยู่ในโลกที่คิดเองว่าสวย ก็เลยพยายามจะป้อนตรงนี้เข้าไป เพราะเขาเป็นลูกผู้หญิง แล้วสังคมเดี๋ยวนี้ไม่ธรรมดา ดังนั้นก็จะพยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ใกล้ๆ เพื่อดูว่าเขาทำอะไร หรือเวลาที่เขาคุยเราก็พยายามใส่ไอเดียอะไรบางอย่างให้เขารู้สึกว่า “เขาต้องมีภูมิคุ้มกันชีวิตจากตัวเขาเองด้วย” ไม่อย่างนั้นเขาจะถูกสังคมข้างนอก Interfere เข้ามา แล้วทำให้แนวคิดอะไรบางอย่างจะดีไม่ดีไม่รู้ล่ะ แต่ก็จะมีอิทธิพลแล้วทำให้ความคิดของเขาอาจจะผิดเพี้ยนไป เพราะเป็นลูกผู้หญิงเราก็เลยต้องห่วงมากกว่าปกตินิดหนึ่ง แต่ก็ยังคงเว้นพื้นที่ให้เขา

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

อย่างเขาเป็นเด็กอายุ 12 ที่ชอบเย็บผ้า คุณแม่ซื้อจักรให้เลย เพราะว่าอาจจะเห็นคุณแม่ชอบทำงานศิลปะตั้งแต่เด็กๆ ตัวเองเป็นคนที่ชอบปักริบบิ้น ปักผ้า ปักลงไปบนกระเป๋าเป็นดอกไม้ฟูๆ ขึ้นมา เป็นคนที่ชอบทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ  เพราะว่าเห็นคุณแม่ชอบเย็บผ้ามาตั้งแต่สมัยก่อน ก็ถ่ายทอดกันมาเราก็เลยชอบงานศิลปะ ปักครอสติส เย็บกระเป๋า พวกงานฝีมือ ซ่อมเสื้อผ้านี่ได้หมด ดู contrast กับบุคลิกตัวเองพอสมควร (หัวเราะ)

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

ดังนั้นพอน้องเขาเห็นคุณแม่ทำมาตั้งแต่เล็กๆ ตอนนี้ก็เริ่มเดินมาถามเราว่า หม่ามี๊เอาเสื้อสักตัวไหม หนูตัดให้หน้าหลังเท่ากันเย็บปื๊ดๆ เสร็จ ผลงานก็ใกล้สำเร็จล่ะเราเห็นเขานั่งทำอยู่ แล้วก็ชอบไปรื้อเสื้อผ้าที่คุณแม่ไม่เอาแล้วมาตัด ช่วงนี้เกาหลีมาแรง คือการเต้น cover ก็เต้นกับแก้งค์เพื่อนๆ เขากัน คุณแม่ก็บอกเอาที่สบายใจเลยลูก ก็ถือว่าการเต้นก็เป็นการรีแลกซ์ ไม่ใช้เวลาไปโฟกัสกับสิ่งอื่น เขาก็จะรีแลกซ์ น้องไม่ใช่เด็กที่เครียดอะไร นี่ก็มีชวนคุณแม่ให้มาเต้นด้วยกันอยู่นะ เราพยายามจะทำตัวให้กลมกลืน ไม่อยากให้ตัวเองแก่เพราะว่าอายุก็เยอะแล้วเนอะ แต่เราจะไม่เอาอายุมาเป็นอุปสรรค กะว่าสัก 50 อาจจะไปตัดผมให้เป็น trendy กันไป คนที่มองเราจากข้างนอกก็จะเห็นว่าเรามีความ contrast ค่อนข้างเยอะ มองจากข้างนอกจะเป็นอีกแบบหนึ่ง พอมาคุยก็จะเป็นอีกแบบ ทำงานก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

มองเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานประจำ ยังไงบ้าง

ก็ดูจากลูกสาวตัวเองนะคะ ก็คล้อยตามเหมือนกันนะ เป็นคนที่อยู่ในกรอบแล้วมีความรู้สึกว่า เด็กสมัยนี้เขาจะอึดอัด เพราะฉะนั้นมันจะถูกบอกมาว่า ในสังคมโลกใบนี้ทำอะไรได้บ้าง แต่ว่าให้อยู่ในทำนองคลองธรรม อาชีพมีเยอะมาก มันไม่เหมือนสมัยเราที่แบบว่า อาชีพเรียนครู จบมาต้องเป็นครู ซึ่งเดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ เรียนอะไรมาก็ไปเป็นอะไรก็ได้ แล้วมันมีอาชีพแปลกๆ ที่มีความ Creative ค่อนข้างเยอะ เด็กสมัยนี้เขาไม่ซีเรียสกับใบปริญญา แต่เขาจะซีเรียสกับสิ่งที่เขาสนใจ เราต้องการที่จะเอามาเป็นอาชีพเพื่อความสุข สร้างรายได้ให้กับครอบครัว คือมุมมองในแต่ละยุคสมัย พี่กระติกคิดว่าสังคมมันหล่อหลอมให้คิดกันไปในแนวนั้น เพราะสมัยนี้ทั้ง Influencer เอย เต้นเอยอะไรเอย ซึ่งจริงๆ แล้ว มันเป็นอาชีพ แต่ถ้าย้อนกลับไปสมัยก่อน เต้นกินรำกิน เรียน Art ผู้ใหญ่ก็อาจจะไม่แฮปปี้ อย่างเราชอบรำไทยนะ เรียนดนตรีไทย ซอด้วง ขิม อยากไปเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป์ ชอบมากอยากเป็นตัวพระ มีความรู้สึกว่าเท่ แต่แม่แบบว่าต้องสายวิชาการ เพราะเราเรียนสตรีวิทย์  จะไปเข้านาฏศิลป์ก็ไม่โอเคไง แม่โกรธบ้านแทบแตก แม่ก็เลยพยายามจะต่องรองว่า ถ้าอย่างนั้นก็ให้เป็นงานอดิเรกไป แต่ให้ไปมุ่งเน้นเรียนด้านวิชาการ

แต่ที่บ้านก็ไม่ได้ตีกรอบเรามากนะ ยังสามารถที่จะต่อรองกันได้ แล้วเราเป็นคนที่ชอบทำตามอำเภอใจค่อนข้างเยอะ แม่จะรู้ว่าบังคับไม่ได้ แต่ก็พยายามตบๆ ให้เข้าที่ เราก็เลยเอาวิธีนั้นมาปรับใช้กับลูกด้วยเหมือนกัน ต้องมีเหตุและผลให้เขา มีคำอธิบาย แล้วต้องฟังมากกว่าพูด ต้องนั่งฟัง ปกติลูกน้องต้องฟังเรา แต่กับลูกนี่ต้องนั่งฟังเขา สลับกัน อยากจะเล่าเรื่องเพื่อน เล่าเรื่องครู มาให้มันจบที่เรา เราก็ฟังแนวคิดของเขา ถ้าไม่ใช่เราก็เสริม แต่ก็จะปล่อยให้เขาเผชิญในสิ่งที่เขาจะต้องเจอ สนุกค่ะ เห็นไหมว่าเป็นคนหัวเราะง่าย

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

การปรับตัวการใช้ชีวิตและทำงานที่ต้องใช้เทคโนโลยี

จริงๆ ต้องยอมรับกับตัวเองก่อนว่า ตัวเองไม่ได้เป็นคนที่เก่งเทคโนโลยีเลย แค่ต่อ printer ยังต้องใช้เวลาเลย แต่เดี๋ยวนี้ข่าวสารข้อมูลอะไรต่างๆ  มันมาทุกช่องทาง ข้อมูลมันหลากหลายและเยอะมาก หนึ่งก็คือ เรามักจะปรับตัวเราเองโดยการที่จะต้องตามข้อมูลข่าวสารผ่านโลกออนไลน์ให้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะผ่าน Tablet หรือว่าใช้คอมพิวเตอร์ คือเราจะต้องรู้ว่าข้อมูลไหน จากแหล่งไหนเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือ อันนี้เป็นลักษณะของการปรับตัวโดยการใช้ข้อมูลข่าวสารเป็นตัว Lead เพราะว่าด้วยหน้าที่การงานเราก็ต้องตามข่าวเยอะนิดหนึ่ง

แต่ถามว่าทุกวันนี้ใช้ Tablet  มือถือ  Presentation ได้ไหม ได้นะ ทำเป็นแต่เป็นคนไม่เล่นเกมนะ ความฮาคือลูกเล่นเกม สามีเป็นไอที และด้วยความที่สามีเป็นไอที เราเลยไม่ได้จำเป็นที่จะต้องทำ Operation ไอที เพราะว่าเขาทำงานด้าน IT Management เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้ เราก็เลยสบายใจ แต่ว่าเราจะใช้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลข่าวสารการรับรู้ หรือ Social Media ในการที่จะสื่อสารมากกว่าในเชิงของด้านการตลาด การ Adapt ตัวเองก็คือใช้พวกนี้ให้เป็นประโยชน์ในการสื่อสารด้านการตลาดเป็นส่วนใหญ่

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

ทำให้เรามีความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น ไม่ว่าจะในด้านการประชุม เดี๋ยวนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาเจอหน้ากัน การประชุมออนไลน์ มันก็มีทั้งดีและเสีย ประหยัดเวลาไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เรานั่งหน้าอยู่หน้าจอ 8 ประชุม/วัน มันก็ทำให้เสียเรื่องของสุขภาพด้วยเหมือนกัน

แล้วเกี่ยวกับเรื่องของการจัดงาน ไม่ว่าจัดการประชุมหรืองานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีก็เข้ามามีบทบาทเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาธุรกิจออนไลน์ข้ามประเทศ โดยที่เดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องเดินทางแล้ว หรือเป็นพวกเว็บไซต์ Data Base ต่างๆ พวกนี้ก็ใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อที่จะเอาข้อมมูลนั้นมาต่อยอด สำหรับการวิเคราะห์ในเชิงของการประชุมและงานแสดงสินค้า ทำให้เกิดการค้าการขายที่เพิ่มมากขึ้น หรือว่าเกิดการสื่อสารทางด้านการตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ต้องเรียนรู้แล้วก็ต้อง Adapt ค่อนข้างเยอะค่ะ

เจอกับพ่อบ้านใจกล้าได้ยังไง

เราเจอกันเมื่อตอนที่เรียน Postgrad ซึ่งจะเหนือกว่าปริญญาโท ไปเรียนเพราะว่าง เราก็รู้จักเพื่อนเขา แล้วเพื่อนคนนั้นก็ชวนไปเที่ยวทะเล เราก็ว่างเพื่อนๆ ก็ชวนกันไป เจอกันเพราะเพื่อนเลยค่ะ จุดที่ทำให้คลิกกัน คือ ความแปลก เขาตรงกันข้ามกับเราหมดเลย เราเป็นนักการตลาดเซลล์จ๋ามาเลยทีเดียว พูดก็เร็ว คิดก็เร็ว ทำก็เร็ว ใจร้อน สมัยก่อนนะ ส่วนเขาออกแนว technical  เป็น 1 เป็น 2 3 4  แล้วก็ใจเย็นมาก พอมาเจอเลยกลายเป็นจุดที่ใช่ เพราะว่าถ้าเกิดเราปรี๊ดกันทั้งคู่ พัง แต่เราปรี๊ดเขาไม่ปรี๊ด มันก็เลยเกิดการบาลานซ์กันไปเองโดยอัตโนมัติ

ก็เป็นความแปลกเราเป็นคนที่ไม่ได้คิดอะไรจุกจิก ไม่เคยเช็คมือถือสามีเลย แล้วไม่ซีเรียสด้วยว่าในวันหนึ่งสามีจะไม่โทรมา อย่างไปต่างจังหวัด 3 วัน ถามลูกน้องได้เลยว่าไม่มีสักคอลเข้ามา แต่เรามีวิธีการติดต่อกันอย่างอื่นนิดหน่อย เช่น เรารู้ตัวว่าเราลง Landing ที่ขอนแก่น ที่ลอนดอน เราก็ Text บอกว่า ถึงแล้วนะ ขึ้นเครื่องแล้วนะ กลับห้องแล้วนะ จบ มันอยู่บนพื้นฐานของความไว้ใจ ครอบครัวถ้าไม่เชื่อใจกัน แล้วสงสัยทุกเรื่อง พังนะ ดังนั้นถ้ามันอยู่ใน Base ของการเชื่อใจกัน และให้เกียรติกัน มันก็ไปต่อได้ เราไม่เคยเปิดกระเป๋าตังค์ ไม่เคยเปิดมือถือ ของสามีเลย แต่ในทางกลับกันความแปลก คือ พี่เป็นคนที่ไม่จำPassword ใดๆ ในโลก ก็จะใช้วิธีบอก Password กับสามีไว้ เพราะฉะนั้นเขาก็จะสามารถเช็คของพี่ติกได้หมดเลยนะ มีคนจำให้แล้ว เราเอาสมองไปคิดอย่างอื่นดีกว่า เรียกว่าเป็นความลงตัวจริงๆ

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

Safe zone อยู่ตรงไหน

แค่ถอยออกมา 1 ก้าว ถ้าเราอยู่ที่ไหนแล้วเรารู้สึกว่าไม่ Security เราจะมีความรู้สึกจากใจว่า Step Back ออกมาอีก 1 ก้าวสิ ลองดูว่าถ้าเราเป็นคนนอกออกไปสัก 1 ก้าว ณ โมเม้นต์ที่เขากำลังตะลุมบอนกันอยู่ตรงนั้นจะเป็นยังไง เราเชื่อว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ แล้วก็ความคิดของเรา ถ้าสมมุติว่าถึงวันที่ไม่ไหว หรือถึงวันที่ต้องสู้ ทุกอย่างมันถูกสั่งโดยจิตของตัวเอง ดังนั้นทุกอย่างเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจากตัวเรา จากความคิดเรา ถ้าสมมุติว่าเราคิดว่าทุกอย่างมันจะโอเค ทุกอย่างที่เราทำออกมาโดยการปฏิบัติ ก็เชื่อว่ามันก็น่าจะโอเค เหมือนจิตมันสั่งให้กายมันไป คิดว่าเป็นแบบนั้น ดังนั้นถ้าสมมุติว่าวันหนึ่งที่เราต้องการ Safe Zone ไม่จำเป็นต้องไปไหนเลย แค่ถอยตัวเองออกมาจากจิตใจของตัวเอง แค่นั้น ก็คิดว่าน่าจะโอเค

วาง Goal ของชีวิตไว้อย่างไร

ไม่ได้คิดอะไรซีเรียสเลยนะ แค่ทำงานให้ดีที่สุดในวันนี้ ครอบครัวมีความสุข ไม่มีใครเจ็บป่วยรุนแรง เบสิกมากๆนะ ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องมีเงินทองมากมาย ถ้าทุกวันนี้เราไม่ได้ลำบาก ก็อยู่แบบพอดีๆ ไม่จำเป็นต้องโอเวอร์หรือว่าอดอยากปากแห้ง เพราะว่าจุดมุ่งหมายทั้งหมดมักจะ Set ให้ ครอบครัวมาก่อน คุณแม่ไม่ป่วย ลูกโอเค สามีโอเค แล้วก็ครอบครัวมีกิน 3 มื้อ นอนหลับเป็นสุข มีบ้านอยู่ จบ แค่นั้นค่ะ ไม่ซีเรียส การใช้ชีวิตจะทำให้มีความบาลานซ์กัน เราเป็นคนใจร้อน เพราะต้องการทำอะไรให้เสร็จ งานมันเยอะ ซึ่งสามีเป็นคนที่เย็นมาก อย่างบางทีเราอารมณ์ขึ้นนะแต่เขากลับนิ่งมาก ยังคิดในใจเราพูดอะไรไม่รู้เรื่องหรือเปล่า กลับกลายเป็นเราเองที่รู้สึกผิด

สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TCEB)

นิยาม ความเป็นตัวเอง

 ถ้าในมุมของลูกน้องนะ เขาจะบอกว่าเรา เป๊ะ!  เขาชอบเรียกเราว่า แม่เป๊ะ! ถ้าเขาถูกส่งไปทำงานแล้วต้องตัดสินใจ เขาจะบอกว่า ถ้าเป็นแม่จะบอกอย่างนี้ เพราะจริงๆ มันไม่ได้เป็นความซับซ้อนนะ เป็นคนที่ค่อนข้างง่ายถ้าทำงานมาด้วยกันสักระยะหนึ่ง เขาจะรู้ว่าความเป๊ะของเราประมาณนี้ เป๊ะถึงขั้นว่าเวลาทำงานตรวจลงสี ตรวจอักขระ ตรวจรูปให้พ้องกับคอนเทนต์ อะไรอย่างนี้ เรียกว่าเป็นคำจัดกัดความที่เหมาะกับตัวเองที่สุด

บอกได้เลยว่า ถ้าไม่ได้มีโอกาสมานั่งคุยกับสาวเก่ง ลุค Working Woman ดูเนี๊ยบ เฉียบ แบบนี้ คงไม่ได้เห็นมุมน่ารักๆ กับ Lifestyle สไตล์ สุรัชสานุ์ ทองมี หรือ คุณกระติก ของพี่ๆ น้องๆ ชาว ISAN MICE คนนี้อย่างแน่นอน

ขอขอบคุณสถานที่
Cafe' Precious Space Time
https://www.facebook.com/PreciousSpaceTime

ALL Interview UPDATE