กว่าจะถึง "คอสเพลย์ร่างทรง 4.0" โดย วัชระ

โชเชี่ยลมีเดียที่ใช้ง่าย เข้าถึงคนทุกกลุ่มก็คือ Facebook โดยเฉพาะ Facebook Live ! ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นศูนย์รวมของการ “ขายของ โชว์กิจกรรม” ทุกประเภท สามารถยกระดับจาก Nobody เป็น Somebody ให้คนรู้จักในชั่วค่ำคืน แน่นอน ! ส่วนใหญ่ผู้ใช้ Facebook หนักไปทาง "สาระแน - เผือก - อารมณ์ - ดราม่า " ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับผู้เห็นต่างและหน่วยตรวจสอบ !

เพจของ “คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี” มีเป้าหมายตรวจสอบนำเสนอมุมมืดของบรรดาร่างทรงทั้งหลาย, “Fuck Ghost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย” ซึ่งมี “บี ฟักโกสต์” ออกเผชิญหน้า ถล่ม บรรดาร่างทรงทั้งหลายผ่านสื่อ และตั้งข้อสังเกตว่า บรรดาร่างทรงที่ถูกกล่าวถึงในทุกวันนี้ล้วนมาจากการ LIVE สด ถ่ายคลิป เผยแพร่ กดไลค์ กดแชร์ทั้งสิ้น พอเป็นข่าว บรรดาสำนักข่าวก็ขยายเรื่องราวเพื่อ "ขาย" ข่าว ทั้งทีวี ทั้งเว็บไซต์ ทั้งเพจ ดังเช่น ร่างทรงจตุคามรามเทพ และบูรพกษัตริย์บางพระองค์ที่ "แสงสุริยะเทพ พระมหาสุริยา" อ้าง, รฐา วัฒนมงคลกุล (แม่โจ๊ก) ตำหนักพระแม่อุมาชลบุรี ที่ดูองค์ผ่านไลน์ ฯลฯ, คฑาพล สุริยะเนตร ที่อ้างว่าตนเกี่ยวพันกับเทพเพอซิอุส เป็นต้น

แต่เดิมนั้น การทรงเจ้าเข้าผี เริ่มต้นจากผีบรรพบุรุษ รวมไปถึง ผีท้องถิ่น อาทิ ผีฟ้อน, ผีฟ้า, ผีมด, ผีเม็ง, ผีแถน ภาคใต้ก็มีการทรงโนราห์ ฯลฯ ร่างทรงเหล่านี้จะทำหน้าที่รักษากฎเกณฑ์ กติกาของชุมชน รักษาผู้ป่วย ฯลฯ ในงานของกิ่งแก้ว ทิศตึง เรื่อง "ร่างทรง และพื้นที่ทางสังคมของคนข้ามเพศ" มีการกล่าวถึงชื่ออื่นๆ เช่น เจ้าบ่าวปิ่นแก้ว (ร่างโด) , เจ้าบ่าวแสนคำผาด (ร่างปาย) ในชุมชนต่างจังหวัด เป็น "นาม" บ้านๆประมาณนี้ แต่การอ้างอิงถึงบุคคลในประวัติศาสตร์ รวมถึงเทพเจ้าทั้งหลาย เป็นเรื่องซึ่งเกิดทีหลัง และเป็นองค์ที่นิยมในสังคมเมืองกรุงเทพฯ

นอกจากพระนามที่ร่างอ้างถึง ด้านอื่นๆ ที่พบคือ ร่างไม่มี "ความรู้" เรื่องคัมภีร์พระเวท ปรัชญาฮินดู และเรื่องเชื้อพระวงศ์ รอบรั้วเวียงวังเลย ทุกอย่างผสมปนเป ผิดรูป ผิดทรง ผิดประวัติศาสตร์ และผิดคัมภีร์ไปหมด

ในหนังสือ ร่างทรง โดย จักรพรรณ นารายณ์บุตร สำนักพิมพ์หลักธรรม หน้า 6 กล่าวว่า

"ในสังคมไทย การทรงเจ้าเริ่มต้นเมื่อใดไม่ทราบ แต่คาดว่า น่าจะมีแล้วในช่วงที่คนจีนเข้ามาสู่เมืองไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง เพราะปรากฎศาลเจ้าพ่อเขาตกในสมัยค้นพบรอยพระบาทไม่นาน การตั้งศาลล้วนเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องร่างทรงทั้งสิ้น ในสมัยรัชกาลที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๓๔ ) ได้มีประกาศห้ามไม่ให้คนไทยและจีนทำการเข้าทรงในที่ต่างๆ เพราะมาจากการเกิดเพลิงไหม้ พวกร่างทรงได้เที่ยวประกาศและทำนายทายทัก เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง และบ่อยๆ จึงมีการตรวจสอบ และพบว่า ร่างทรงที่ทำนายเป็นพวกวางเพลิงเอง เพื่อให้คนเชื่อและศรัทธา อันจะเป็นประโยชน์ต่อร่างทรง รัชกาลที่ ๕ จึงทรงประกาศห้ามไม่ให้มีการเข้าทรง เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองจากความเชื่อดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามความเชื่อเกี่ยวกับการเข้าทรงก็ยังดำรงอยู่ และเป็นที่นิยมของคนในสังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน"

"ร่างทรง" ถูกปรุงแต่งเรื่อยมา จากการแต่งตัวแสนจะธรรมดาและดูเชย จนสู่ยุคปัจจุบัน เป็นดั่ง "คอสเพลย์ร่างทรง" ในบางแห่งที่ตำหนักใหญ่โต เวลาเปิดตำหนัก รับลูกค้าที่มาเข้าเฝ้าในแต่ละครั้ง เหมือนการคลี่ม่านของโชว์ทิฟฟานี และอาคาซาร์ก็ไม่ปาน ดูสนุก เพลิดเพลินเลยแหละ !

ร่างทรงจะจัดไหว้ครู ปีละครั้ง เป็นเทศกาลบันเทิงของบรรดาร่างทรงที่จะมาร่วมงานสมโภชกัน บางร่างตำหนักเล็ก ก็อาจจะไปขอใช้ (เช่า) สถานที่ซึ่งมีลักษณะโล่งแจ้ง (หรืออาจจะเป็นลานวัดที่ไหนสักแห่ง) ตั้งประรำพิธี ประโคมเครื่องบูชา อันได้แก่ ดอกไม้บายศรี เครื่องสังเวยทั้งหลาย ร่อนการ์ดแจกกันในหมู่ร่างทรงที่ตนชิดเชื้อสมาคมด้วย ชักชวนมวลหมู่ร่างทรงให้มาร่วมงาน อวยพร ใส่ซองแก่เจ้าตำหนัก มีปาร์ตี้ที่เรียกกันว่า "เทพบันเทิง" ! ไม่เลือกเชื้อชาติและที่มา ต่างมาเริงระบำรำฟ้อน เต้นรำ ... ระนาด พิณ แคน โปงลาง สะล้อ ซอ ซึง .... แล้วแต่ ....บัดนี้ ... เริ่ม !

งานเปิดตัวของบรรดาร่างทรง สไตล์ "เว่อร์ วัง อลังการ" ดั่ง Grand Opening Gala Dinner ก็จะใช้งานไหว้ครูนี่แหละ แต่ถ้าเป็นร่างทรงที่อ้างตัวเป็นเทพเจ้าฮินดู และโดยเฉพาะ "เพศทางเลือก" ก็จะใช้งานนวราตรี แห่พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี วัดแขก สีลม ในเดือนตุลาคมที่จะประโคมทุกสิ่ง โชว์ความสวยงามตระการตา จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน

นี่คือ สังคมร่างทรงในยุค 4.0 อยากรู้มั้ย ! เมื่อ20 กว่าปีที่แล้ว การเสนอตัวของ "ร่างทรง" ทำกันอย่างไร !?

ถ้าอยากรู้เรื่อง HOW TO ทำอย่างไร ? ทางหนึ่งที่ใช้กันคือ พึ่งตำราของอาจารย์ ว. จีนประดิษฐ์ เล่มเล็กๆ ราคาไม่แพง และปัจจุบันยังมีการพิมพ์ซ้ำและขายอยู่ (อาทิ ไหว้บูชาครู รับขันธ์ ครอบครู, คู่มือร่างทรง (รวบรวมการปฏิบัติและพิธีการต่างๆในการทรงเจ้า, อำนาจลึกลับของร่างทรง, ตั้งศาลพระภูมิและศาลทุกชนิด, ทำขวัญ บายสี พิธีเทพ, ชายชาตรี, คัมภีร์มนต์ , ตำนานพระฤาษี, ตลุยสวรรค์)

ในราวปี 2538 มีหนังสือรายเดือนในตลาดอยู่หลายเล่ม อาทิ มหาลาภ , โลกทิพย์

โลกทิพย์ ของศรีสยามการพิมพ์ (ในเครือ ขวัญเรือน) เคยทำพ็อตเก็ตบุ๊กส์ขาย ยกตัวอย่าง "ญาณวิเศษจากอดีตชาติ" (ทั้งหมด 3 เล่ม) โดย อ. ระสานนท์ ยุคนั้น “กวนอิม น้ำมนต์” ซ. นวศรี ย่านรามคำแหง โด่งดังมากในเรื่องการการรักษาอาการป่วยไข้ มีคนไปรอรับน้ำมนต์กันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ตำหนักยังไม่เปิด !

ส่วนนิตยสาร "มหาลาภ" ทำหนังสือเฉพาะกิจชื่อ “เปิดประตู ตำหนักทรง” เป็น“คู่มือแนะนำตำหนักทรงระดับแนวหน้าทั่วเมืองไทย” ขนาด A 4 ทั้งสิ้น 2 เล่ม

วันนี้ย้อนกลับไปพลิกดู ... บรรดาร่างทรงทั้งหลาย ดูจากวัยแล้ว บางคนอาจจะแก่ชรา และบางคนอาจจะไม่อยู่แล้ว แต่โดยรวมลักษณะการแต่งตัวของร่างทั้งหลายก็ดูเชย ไม่เหมือนร่างทรงคอสเพลย์, หิ้งพระ ตำหนักก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างทุกวันนี้ !

พระนาม - ชื่อ ที่ร่างกล่าวอ้างถึง อาทิ หมอชีวกโกมารภัจน์, ฤาษีนารอด, ฤาษีพ่อแก่, ฤาษีนารายณ์, ฤาษีตาไฟ, โกมินทร์, หลักเมือง, ปู่เจ้าสมิงพราย, กุมารจุก, แม่มาลัยทอง, ชูชาติ, เขาเขียว, กฤษดา, ฉัตรทอง, พระกาฬ, เชียงทอง, องค์ดำ, เจ้าแม่กวนอิม, อาเนี้ย, เทพเจ้าน้ำเต้าแชกุง, ซำหวองหยา, พระพิฆเนศวร์, พระอุมาปารวตี, พระศิวะ, ท้าวเวสสุวรรณ, ท้าวมหาพรหม, พญาครุฑ, ปู่นาคา, เจ้าแม่จามเทวี, พระเจ้าตากสิน, เสด็จพ่อ ร. 5, พ่อขุนรามคำแหง, พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์, พระศรีสุริโยทัย, พระนางเรือล่ม, หลวงปู่ศุข

ตำหนักร่างทรง

ตำหนักร่างทรง

ยกตัวอย่าง ด้วยเห็นว่ามีชื่อเสียง !

"ไก่" ดวงชีวัน โกมลเสน อดีตเซ็กซิมโบ เจ้าของฉายา "บั้นท้ายดินระเบิด" ในวงการภาพยนตร์ เคยเปิดตำหนัก และทรง "เจ้าแม่จามะเทวี" และปัจจุบัน เธอขอกับเจ้าแม่และไม่ได้ทรงแล้ว , อีกคน ที่เคยเป็นข่าวเมื่อปีที่แล้ว เรื่องการแต่งตัวเลียนแบบ "พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" เมื่อ 23 ปีที่แล้ว ขณะสัมภาษณ์ในคราวนั้น ตำหนักตั้งอยู่ที่บางขุนเทียน ปัจจุบัน "สำนักพุทธเทวะสถาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" ตั้งอยู่ที่บางน้ำจืด และตัวเขาได้เปลี่ยนชื่อจาก "วิธุพล" เป็น "วิฆเนศ พยัคฆชาติ"

นี่คือ พัฒนาการของร่างทรง ที่ปรับตัวจาก ผีท้องถิ่น มาใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ที่หลายหลายกันไป ทั้งนี้เพื่อที่จะบูรณาการ ยกระดับ ไม่อยากเป็น "ร่างทรงชายขอบ" อย่างน้อย การใช้ "ชื่อเสียง" ของมหาเทพฮินดู , เซียนเต๋า, พระโพธิสัตว์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ก็เพื่อสร้างการยอมรับ มีจุดยืน โดยอาศัย "ชื่อ" เป็นเกราะบัง "ตัวตน" แท้ !

ว่าไปแล้ว "นามและลีลา" เป็น "หนังหน้า" ของร่างทรง ผู้แสวงหาสนใจเรื่อง "สำเร็จ สมปรารถนา Yes Sure OK" มากกว่า "นาม" นั้นๆ เสียอีก แต่ "นาม" นั้น มีไว้เพื่อบอกว่า เป็นคนมีสังกัด เป็นการยกระดับจากคนธรรมดา เป็นลูกศิษย์ หรือมีอภิสิทธิ์ในการพิ่งพิง ปรึกษา เกื้อกูล อย่างระบบอุปถัมภ์นั่นเอง

เป็นลูกศิษย์ร่างทรงเจ้าแม่กวนอิม , พระแม่อุมา, กรมหลวงชุมพรฯ ย่อมดูดีกว่า "ตาสา ยายมี" แน่นอน ! จริงมั้ยล่ะ

 

 

เรื่อง : วัชระ

ALL Lifestyle UPDATE