
ในตอนหนึ่งของละคร “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” ออกพระศรีขันทิน กล่าวกับเจ้าแมงเม่าว่า
“ขุนท้าวสาลิกาชอบกินฟักเขียวต้ม โรยปลาแห้งป่นนัก กินได้ไม่มีเบื่อ”
หรือ จะเป็นตอนที่เจ้าแมงเม่าแกล้งทำเป็นถูกผีเข้าแล้วพูดกับเจ้าจอมเพ็ญว่า
" แม่เพ็ญ ฉันหิวเหลือเกิน วานแม่ช่วยหาฟักเขียวต้มโรยปลาแห้งป่น ให้ฉันกินแก้หิวสักหน่อยเถิด"
หลังจากละครออนแอร์ไปแล้วก็มีผู้คนให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากถึงเมนูที่ว่านี้ ว่าหน้าตาและรสชาติจะเป็นอย่างไร
เมนู “ฟักเขียวต้ม โรยปลาแห้งป่น” ในสมัยอยุธยาตอนปลาย อาจจะเป็นเมนูที่ถูกนำมาดัดแปลงในเวลาต่อมา
เรามักจะคุ้นชินกับเมนู “ ปลาแห้งแตงโม” หรือ ‘ผัดปลาแห้งแตงอุลิต’ ในตำรับอาหารแม่ครัวหัวป่าก์ ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ถือเป็นอาหารว่างโบราณมีมาตั้งแต่รัชกาลที่ 4 นิยมรับประทานในช่วงหน้าร้อน

สมัยก่อนเมื่ออากาศร้อน คนโบราณจะหาผลไม้ที่ฉ่ำน้ำมาช่วยดับร้อน ภูมิปัญญาของคนโบราณรู้จักเลือกแตงโมที่เป็นผลไม้ฉ่ำน้ำและมีความหวาน เมื่อรับประทานแล้วสามารถดับร้อน อร่อยชื่นใจ แถมยังมีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย
ตามปกติคนไทยโบราณมักนิยมนำผลไม้ที่มีรสชาติออกหวาน รับประทานคู่กับข้าวสวย อาทิ แตงโม มะม่วงสุก สับประรด เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันคนโบราณตามต่างจังหวัดก็ยังรับประทานกันอยู่
การรับประทานปลาแห้งแตงโม จะต้องนำปลาแห้งคลุกกับข้าวสวยตักเข้าปากก่อน จึงตักแตงโม สับประรด หรือมะม่วง รับประทานตามลงไป แม้ผลไม้ฉ่ำหวานมาจับคู่กับของคาวอย่างปลาแห้ง ดูเหมือนไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่เป็นภูมิปัญญาของคนโบราณที่นำความต่างของรสชาติมาตัดกัน กลายเป็นรสชาติแปลกใหม่ที่ลงตัวของความอร่อย

Tip : วิธีการเลือกซื้อฟักเขียว ควรเลือกฟักที่มีเนื้อแข็ง เพราะเมื่อนำมาปรุงอาหารจะมีรสหวานกรอบ ส่วนลักษณะภายในของฟักที่ดีควรจะมีขอบของเยื่อเป็นสีเขียวเข้มแล้วค่อย ๆ จางเป็นสีขาวจนถึงตรงกลาง และสำหรับวิธีการเก็บรักษาฟักเขียวให้อยู่ได้นาน ๆ ก็คือ วิธีการแว็กซ์หรือใช้ขี้ผึ้งเคลือบผิวภายนอก ก็จะสามารถเก็บไว้ได้นานเป็นเดือน ๆ ถึงค่อนปีเลยทีเดียว แต่ถ้าหากซื้อมาแล้วทำกินไม่หมด เมื่อผ่าผลแล้วให้นำส่วนที่เหลือมาทาปูนแดงที่กินกับหมาก โดยทาตรงรอยผ่าฟักชิ้นนั้น ก็จะสามารถเก็บไว้รับประทานได้อีกนานหลายวัน
ข้อมูล : sdthailand.com / medthai.com
ภาพ : Tatah@Tata on Twitter / Teenee.com




