เมื่อนางฟ้า (แอร์ฯ) ต้องเก็บปีกชั่วคราว เปลี่ยนวิกฤติ สถานการณ์โควิด -19 ให้เป็นโอกาส

สถานการณ์โควิด – 19 ส่งผลกระทบทำให้บริษัทหลายๆ ที่ต้องหยุดชะงักลง หนึ่งในอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ “แอร์โอสเตส” นั่นเอง เมื่อไม่มีการเดินทาง ไม่มีนักท่องเที่ยว เมื่อสายการบินไม่สามารถขึ้นบินได้ การว่างงานก็เกิดขึ้นตามมา แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิต ไม่ได้หยุดตามไปด้วย ทำให้  พี่ตุ่ม - พัชรินทร์ วิเชียรพันธุ์ แอร์โฮสเตส จาก การบินไทย ต้องพลิกตัวเองจากงานบริการบนฟ้า มาเป็น เจ้าของแบรนด์  “Homey Foodie” ทำ Product หนังปลาแซลมอนทอดกรอบคลุกไข่เค็ม ที่ต้องมาขายกันบนพื้นดิน จึงต้องเก็บปีกนางฟ้าเอาไว้ชั่วคราว แล้วใช้สองขา สองมือ เพื่อการดำเนินชีวิตต่อไป

แนะนำตัวกันก่อนค่ะ

-พี่ตุ่ม - พัชรินทร์ วิเชียรพันธุ์ เป็นแอร์โฮสเตส ของการบินไทย ด้วยช่วงนี้เป็นช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทางบริษัท จึงต้องปิดทำการบินชั่วคราว ตามช่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อายุเท่าไหร่ ไม่บอก (ยิ้ม) บอกแค่ว่า อีก 3 ปี ก็จะถึงวัยเกษียณแล้ว

มาเป็น แอร์โฮสเตส ได้ยังไงคะ

-เริ่มเป็นแอร์ฯ ตั้งแต่อายุได้ 20 เพราะพี่เรียนจบปริญญาตรี รัฐศาสตร์ ที่จุฬาฯ ตอนอายุ 20 ปี  แต่ก่อนที่จะมาเป็นแอร์ฯ ก็ได้ไปทำงานแบงก์อยู่ประมาณ 11 เดือน แล้วพอดีช่วงนั้น บริษัทเดินอากาศไทยเขาเปิดรับสมัครแอร์โอสเตส ก็เลยไปสมัครแล้วก็ได้ เลยเปลี่ยนจากเทเลอร์ หน้าเคาน์เตอร์ แบงก์มาเป็นแอร์ฯ แบบเต็มตัวของบริษัทเดินอากาศไทย (บดท.) หลังจากทำมาได้ 3 ปี ทาง บดท. ก็ถูกรวมกิจการไปกับ บริษัท การบินไทย จำกัด ก็กลายมาเป็นแอร์ฯ ของการบินไทย 

ดูแลในส่วนไหนของการบริการ

-ทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ ภูเก็ต ในแถบเอเชียก็เป็น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน รวมถึงโซนยุโรปและอเมริกา เริ่มจากการดูแลในชั้น Economy Class มาเป็น Business Class และปัจจุบันก็ดูแลในส่วนของ First Class ส่วนจะได้ไปบินที่ไหนใน 1 เดือนเขาก็จะมีตารางออกมาให้ ว่าจะมีบินในประเทศ เอเชีย ยุโรป อเมริกา 3-4 เส้นทาง ซึ่งก็จะมีบินบ่อยมาก แต่ก็จะมีวันหยุดตามกฎหมายแรงงานที่เราจะได้หยุด เดือนล่ะ 7-8 วัน เหมือนกับ พนักงานบริษัททั่วไป ถ้าให้นับอายุการทำงานตั้งแต่ปี 1986 มาจนถึงทุกวันนี้ ก็ 36 ปี แล้ว ชีวิตก็มีความเจริญรุ่งเรืองมาตลอด จนกระทั่งมาเจอกับสถานการณ์โควิด-19 นี่แหละค่ะ

ความประทับใจในกับหน้าที่ของการเป็นแอร์

-การเป็นแอร์ ถือว่าเป็นงานที่สนุก ตื่นเต้น ท้าทาย เพราะเราต้องดูแลลูกค้าที่หลากหลาย ก็จะมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ  สิ่งที่ได้ก็คือ ทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีและเร็ว นอกจากนั้น พนักงานต้อนรับจะได้รับการอบรบเกี่ยวกับการช่วยชีวิตเบื้องต้นมาจนกระทั่งเรามั่นใจว่า เราสามารถที่จะปั้มหัวใจของคนที่กำลังหมดสติไปแล้วให้ฟื้นคืนมาได้ แต่ตั้งแต่บินมาก็ยังไม่เคยเจอเคสที่เราต้องปั้มหัวใจเลย ซึ่งการได้รับการอบรบหรือการเจอกับปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ถือเป็นสิ่งที่ดีที่เราได้รับจากกการเป็นแอร์ฯ

ไลฟ์สไตล์เป็นแบบไหนค่ะ

-พี่เป็นคนสนุกสนานนะ ออกจะชอบทำอะไรที่ดูไม่ค่อยมีสาระสักเท่าไหร่ อย่างหลังจากบินลงมาแล้ว ก็อาจจะร้องเพลง นัดเพื่อนแฮงค์เอ้าท์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ไปตามร้านนะ จะเป็นที่บ้านซะมากกว่า เพราะที่บ้านเรามีครบ เรียกว่ามีครบจบที่บ้านได้เลย เรียกว่าเป็นการเปิดบ้านรับเพื่อนๆ กันเลย

ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19

-ตอนแรกที่ต้องหยุดงานบิน 1 เดือน ก็ยังมีความรู้สึกแฮปปี้อยู่นะ เพราะเราจะได้พักแบบระยะยาวโดยที่ไม่ต้องไปเจอกับความเครียดในสถานการณ์ตรงหน้า และที่สำคัญ คือ การได้มีเวลาดูแลคุณแม่ได้เต็มที่ แต่พอหลังจากต้องหยุดต่อแบบแทบจะไม่รู้กำหนด ก็เริ่มรู้สึกว่างล่ะ ไม่มีอะไรทำแล้ว ว่างมากซะจนต้องคิดว่า เราจะทำอะไรดี จะนัดเพื่อนๆ มาปาร์ตี้ก็ไม่ได้ เพราะต้อง Social Distancing กัน พอดีมีเชฟจากโรงแรมดังมาแนะนำให้ลองทำ “หนังปลาแซลมอลทอดกรอบ” แล้วเขาก็บอกสูตรเล็กๆ มาให้ เราก็เลยลองทำดู จากที่ตอนแรกทำชิมแล้วไม่อร่อยเลย จนตอนนี้อร่อยแล้วนะ ก็เลยลองทำขายให้เพื่อนๆ ได้ชิมกัน เลยใช้เวลาว่างที่ตอนนี้กลายเป็นไม่ว่างแล้วนะ มาทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง ก็คือทำ หนังปลาแซลมอนทอดกรอบคลุกไข่เค็ม แบรนด์ “Homey Foodie” นั่นเอง

เพราะฉะนั้นสถานการณ์โควิด-19 อาจจะทำให้เราสูญเสียรายได้หลักๆ ไป ทำให้เราต้องประหยัดมากขึ้น จะใช้จ่ายอะไรก็ต้องมีการคำนวนมากขึ้น คิดหน้าคิดหลังที่จะใช้จ่ายอะไรมากขึ้น แต่ในเหตุการณ์นี้ อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าเราสามารถที่จะทำอะไรได้มากว่า อาชีพหลักที่เราทำอยู่ เป็นการสร้างการรับรู้ว่าเราก็มีศักยภาพที่จะทำอะไรเพิ่มเติม ทำให้ชีวิตไม่หงอยเหงา ไม่เศร้า ว่าใกล้จะเกษียณแล้วนะ ต้องอยู่บ้านแล้วนะ ทำให้เรารู้ว่าเมื่อเราเกษียณเราจะทำอะไร

การมาทำ “หนังปลาแซลมอนทอดกรอบ” สอนให้เรารู้จักกับคำว่า “แม่ค้า” นั่นเป็นยังไง ชีวิตที่เรียกได้ว่าเคยเป็น “คุณหนู” มาก่อน เราสามารถเปลี่ยนและพลิกสถานการณ์ มาเป็นแม่ค้าได้นะ จากครั้งแรกที่เราลองไปเรียกลูกค้าให้มาชิม แล้วถูกเมิน ความรู้สึกในตอนนั้นไม่ใช่เสียใจนะ เหมือนจะเฟลนิดหน่อย แต่ ณ เวลานั้น เราบอกกับตัวเองว่า เราทำได้ เราต้องสู้ต่อไปนะ เรียกลูกค้า 10 ครั้ง มีมาชิมของเรา 1 ครั้ง ถือเป็นความรู้สึกที่ดีที่เกิดขึ้นในชีวิตเราเลยนะ จากที่ไม่เคยที่จะต้องทำอะไร เราก็ต้องลงมาทำด้วยตัวเองทุกอย่าง จากที่เคยทำงานมีเงินเดือน สามารถเอามาใช้จ่ายซื้อความสุขให้กับตัวเองและครอบครัว ถึงวันนี้ เวลานี้ เป็นการหาเงินที่เปลี่ยนเราให้แข็งแกร่งขึ้น มีประสบการณ์ในชีวิตมากขึ้น เปลี่ยนมุมมองในการใช้ชีวิตไปได้มากเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเราต้องอยู่กับสถานการณ์โควิด-19 ให้ได้อย่างมีความสุข ซึ่งคนที่คอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ เราตลอดเวลา ก็คือ “คุณหนิง” (คนสนิทของพี่ตุ่มนั่นเอง) เป็นกำลังใจที่พิเศษที่สุด ส่วนคนในบ้านก็ส่งพลังมาให้กันไม่หยุด ทั้งคุณแม่ น้องชาย พี่ดีใจที่คนรอบข้างคอยส่งพลังบวก ให้กำลังใจกับเราตลอดเวลา แบบใช้กันไปตลอดชีวิตก็คงไม่มีวันหมดจริง

และการมาเริ่มทำ หนังปลาทอดกรอบคลุกไข่เค็ม ในครั้งนี้ ถือเป็นการวางรากฐานเบื้องต้นหลังจากนี้อีก 3 ปี เราก็ต้องเกษียณจากการเป็นแอร์ฯ แล้วนะ เราก็จะมีสิ่งที่รองรับชีวิตของเรา จะทำให้ชีวิตเรามีคุณค่าขึ้นในวัยหลังเกษียณ  ซึ่งในอนาคต จะมีสินค้าอะไรเพิ่มเติมนั้น ช่วงนั้นก็ค่อยมาดูตลาดกันอีกที  

 ระยะเวลาที่ลงมือทำ หนังปลาทอดกรอบคลุกไข่เค็ม แบบจริงจัง

-จริงๆ แค่ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ เองนะ ที่เริ่มเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจเล็กๆ  ไม่นับที่ทำชิมกินเอง ให้เพื่อนชิม พอดีกับที่ทางลูกเรือรวมตัวกันจัดงานอีเว้นท์ ใครมีอะไรก็เอามาขายกัน เราก็ได้ไปร่วมกิจกรรมกับเขา ทำให้เรามีรายได้ตรงนี้เข้ามา แล้วยังได้พบเจอกับเพื่อนๆ ด้วย หลังจากที่ไม่ได้เจอใครเลย รายได้ที่ได้กลับมาแม้จะไม่หวือหวามาก เป็นระดับกลางๆ ถือว่าเป็นอาชีพเสริมในช่วงที่เราไม่ได้บินได้ดีเลยทีเดียว แต่ถ้าหลังจากนี้ไป ตัว หนังปลาทอดกรอบคลุกไข่เค็ม สามารถทำรายได้ดี ก็อาจจะเอามาเป็นอาชีพหลักก็ได้ 

จุดเด่นของหนังปลาทอดกรอบคลุกไข่เค็ม

-จุดเด่นของเราเลย ที่แน่ๆ เลยเราไม่ชุบแป้ง เป็นหนังปลาแซลมอนแบบแท้ๆ  นำไปอบแห้ง ไม่มีสารกันบูด ไม่ใส่ผงชูรส ให้ลูกค้าได้อูมามิแบบธรรมชาติ แล้วของเราคลุกด้วยเนย และไข่เค็ม บอกเลยว่า ถ้าใครได้ชิมแล้วจะหยุดไม่ได้เลยนะ เพราะไม่มีรสคาวของปลาให้ติดปาก รสชาติจัดจ้าน สูตรทุกอย่างเราชั่งตวงในปริมาณที่เท่ากัน ทำให้รสชาติมีความเป็นมาตรฐานเท่ากันทุกถุง ซึ่งตัววัตถุดิบ อย่างหนังปลาตากแห้ง เราสั่งมาจากเจ้าที่มีความเป็นมาตรฐานหนังปลาความเป็นชิ้นไม่แตก

มีกี่รสชาติให้ได้ลองชิม

-มี 4 รสชาติที่ทำขายด้วยกันคือ รสปาปริก้า รสต้มยำ รสชีส และ รสหม่าล่า มีความกรุบกรอบลมุนแต่ไม่แข็ง ในราคาถุงละ 120 บาท ซีลในถุงอย่างดี อย่าง รสปาปริก้า ก็จะออกเค็มๆ นิดหน่อย มีความกลมกล่อม รสต้มยำ ก็จะออกแบบจัดจ้านเปรี้ยวนิดๆ ตามสไตล์ต้มยำ รสชีส จะมีความหวานนำนิดๆ เด่นด้วยกลิ่นชีสที่ลอยมาเตะจมูกจากการใช้ชีสหลายอย่างมาผสมกัน และ รสหม่าล่า รสชาติของสายที่ชอบความเผ็ดร้อนกินแล้วติดปากกันเลย

ที่ต้องเป็น 4 รสชาตินี้ คือ รสชาติแรกที่ทำ คือ รสปาปริก้า ที่เชฟได้แนะนำเรามา แล้วคนที่มาช่วยลองชิมให้เรา คือ น้องสาวของคุณหนิง เขาชอบกินชีส ก็รีเควสท์รสชีส มา เราก็ทำเพิ่ม หลังจากนั้นเราก็มีความคิดว่า คนน่าจะชอบกินรสต้มยำไหม  ส่วนรสหม่าล่า เราเห็นช่วงนี้คนนิยมกินกัน ก็เลยเอามาเพิ่มด้วยเลย

แต่ละรสชาติก็ลองผิดลองถูก ลองชิมอยู่ประมาณ 2-3 อาทิตย์เลย เราทำไปให้เพื่อนๆ ชิม ก็มีคอมเมนต์กลับมาว่า มันเหนียวไปบ้าง รสชาติไม่คงที่บ้าง ก็เอามาปรับปรุง หลังจากนั้น อีกประมาณ 2-3 อาทิตย์ ก็ได้สูตรที่ลงตัว ภูมิใจว่า จากมือสมัครเล่นเราได้กลายเป็นมืออาชีพแล้วนะ

จาก Homey Foodie จะขยายธุรกิจให้เป็น SME ไหมคะ

-หลังจากที่ขายมาในไลน์กลุ่ม ในเฟสส่วนตัว ในแฟนเพจ มาได้สักระยะ และนอกเหนือจากที่เราได้ไปออกงานอีเว้นท์ต่างๆ แล้ว ก็อยากให้คนที่นอกเหนือจากเพื่อน จากญาติ ก็อยากที่ขยายตลาดให้คนทั่วๆ ได้ลองชิมผลิตภัณฑ์ของเรา ขั้นตอนต่อจากนี้ไป ก็กำลังที่จะขอ อย. เพื่อที่จะสามารถขยายตลาดได้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับ หนังปลาทอดกรอบคลุกไข่เค็ม ของเรา

การสั่ง หนังปลาทอดกรอบคลุกไข่เค็ม

-สามารถสั่งผ่านทางแฟนเพจ We bake & homey foodie หรือ line @toom19262 จัดส่งผ่าน ไปรษณีย์, Kerry คิดค่าส่งตามจริง แต่ก็มีแพลนว่าจะเพิ่มช่องทางการขายแบบเพิ่มในแอปพลิเคชั่นต่างๆ แต่ทั้งนี้ ก็ต้องดูที่กำลังการผลิตของเราด้วย เพราะตอนนี้ทำเองทุกอย่างหมดทุกขั้นตอน เรียกได้ว่า เป็น Homemade แบบแท้จริง กำลังการผลิตตอนนี้จะทำได้อยู่ประมาณ 70 ถุง / วัน (ทำคนเดียว) ซึ่ง 1 เตา จะอบได้ 13 ถุง / ครั้ง ช่วงไหนที่มีออเดอร์เยอะๆ พี่เตาอบของเราก็สู้ตายกันไปเลยทีเดียว แต่ในอนาคต ถ้าออเดอร์มียอดถล่มทลาย ก็มีแพลนว่าจะขยายเตาเพิ่ม เพื่อรองรับกำลังการผลิตด้วย

ที่มาของแบรนด์ We bake & homey foodie

-การขายช่วงแรกๆ นี่เริ่มจากในไลน์กลุ่มของเพื่อนๆ ลูกเรือด้วยกัน ในเฟซบุ๊ก มีในแฟนเพจของลูกเรือด้วยกัน แล้วก็มีลงแฟนเพจของตัวเอง ชื่อว่า We bake & homey foodie แต่ก็ยังไม่ได้โปรโมทมากสักเท่าไหร่ ที่มาของชื่อ คือ  We bake มาจากการทำเบเกอรรี่ของคนสำคัญ “คุณหนิง” ส่วนเรามาทำหนังปลาแซลมอลกรอบทีหลัง เราตั้งเป็น Homey เพราะมันมีความเป็น Homemade ก็เอามารวมกันเป็นชื่อของแบรนด์เรา แล้วก็มีไปขายตามงานอีเว้นท์ในห้างบ้าง

นอกจากนี้ ก็ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น คือ น้ำสลัดฟักทอง ซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิมของคุณแม่ ซึ่งคุณแม่เป็นมังสวิรัติ มีการปรับปรุงสูตรด้วยการใช้ฟักทอง รสชาติออกมาถูกปากคนกินและก็มีสีสันที่สวยงาม คนที่เป็นมังสวิรัติ ก็สามารถซื้อไปกินได้อย่างสบายใจว่าไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมเลย น้ำสลัดสูตรนี้ จริงๆ แล้ว ทำขายทำแจกเพื่อนๆ ตั้งแต่สมัยยังบินอยู่ในนามของ บดท. จะมีช่วงที่บินแบบเต็มตัว ก็ไม่ได้ทำ จนมาช่วงนี้ที่เริ่มกลับเอามาทำใหม่ ทำขายเพิ่มเข้าไปในแฟนเพจด้วย รวมถึงยังมีตัว Caramel homemade cornflakes คาราเมลที่เคี่ยวให้น้ำตาลเป็นคาราเมลมีรสหวานกำลังดี ตัดกับเกลือหิมาลายัน ให้ความเค็มที่ลงตัว เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ไม่ควรพลาดที่จะต้องสั่งชิม

ด้วยสถานการณ์โควิด – 19 แบบนี้ NEW NORMAL ของพี่ตุ่มเป็นยังไง

-เอาจริงๆ มันก็ไม่ยากสำหรับเรานะ เราก็ใช้ของทุกอย่างให้เป็นแบบส่วนตัว ไม่กินร่วมกับคนใกล้ตัว ไปไหนก็ใส่มาสก์ ล้างมือบ่อยๆ  คิดว่ากับสถานการณ์แบบนี้ ปรับตัวไม่ยาก เพราะช่วงนี่เราก็ยังเดินทางไปไหนมาไหนได้เหมือนเดิม เพียงแค่ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นเท่านั้นเอง  

จริงๆ แล้ว วิถี NEW NORMAL ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของโควิด-19 เพราะอย่างการติดเชื้อโรคในอากาศ การเป็นหวัด มันก็ติดกันได้ แล้วถ้าเราระวังตัวในเรื่องการออกไปใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกกับคนแปลกหน้า วันที่เราเป็น หรือคนอื่นๆเป็นก็ตาม เราก็จะไม่เกิดการติดต่อในเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ ผู้คนก็ควรรักษามาตรฐานกันไปเรื่อยๆ ทำทุกอย่างให้ถูกสุขอนามัย ความปลอดภัยก็จะมากขึ้น

ให้กำลังใจกับเพื่อนๆ ที่ประสบกับปัญหาชีวิตในช่วงสถานการณ์โควิด-19

-ชีวิตคนเราต้องดำเนินต่อไป เพราะว่า everything happen to be the best… คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ มันมีสิ่งที่ดีกว่ารออยู่ข้างหน้าเสมอ เพราะฉะนั้นอย่าไปทุกข์อยู่กับมัน ให้เรามองหาทางออก มันมีทางออกเสมอในทุกสิ่ง ในชีวิตของคนเรา อย่าไปซึมเศร้า อย่าเพิ่งไปยอมแพ้ อย่าไปจมอยู่กับมัน ให้เปิดใจให้กว้าง มันยังมีอย่างอื่นให้เราทำอีกมากมายที่ทำได้ แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี ...ขออย่ายอมแพ้

การไม่ยอมแพ้กับสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้หลายๆ ชีวิต หลายๆ ครอบครัว ต้องเผชิญกับการพลิกแบบไม่ทันตั้งตัว ในสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น “เชื้อโรคร้าย” ก็ยังมีช่วงเวลาดีๆ ที่ทำให้ใครอีกหลายๆ คน ได้เรียนรู้ที่จะปรับตัว แล้วใช้ชีวิตร่วมไปกับสถานการณ์ร้ายๆ แบบนี้ อย่างมีสติ ไม่แน่คุณอาจค้นพบ วิถีชีวิตแบบใหม่ ในแบบที่คุณเองอาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า .. คุณก็ยังทำอะไรอีกหลายๆ อย่าง ในแบบที่ตัวคุณเองคาดไม่ถึงเหมือนกัน ... การพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส อย่างเช่น “พี่ตุ่ม - พัชรินทร์ วิเชียรพันธุ์ นั่นเอง

ALL Interview UPDATE