ช่วงนี้ยังเป็นช่วงเดือนแห่งวันแม่ D-Daytrendy จะพาไปรู้จักกับคุณแม่อีกหนึ่งท่านที่ใช้เสียงเพลงเป็นส่วนหนึ่งในการเลี้ยงดูลูก นักร้องเสียงใส จากการแข่งขันรายการ The Voice Thialand Season 2 : เมย์ - ฝนพา ปราโมช ณ อยุธยา วันนี้มีอีกหนึ่งสถานะที่เธอเต็มใจจะรับหน้าที่นี้ คือ “คุณแม่เมย์ ของน้องตั้งเต” หนุ่มน้อยที่ชอบเสียงดนตรีจนพัฒนาเป็นเด็กที่มีทักษะในการฟังดีเยี่ยม และเป็นเจ้าของฉายา “สวีทบอย” ของครอบครัว มาดูกันว่าครอบครัวเสียงดนตรีจะมีวิธีในการเลี้ยง ลูกกันอย่างไร
แนะนำตัวคุณแม่ / คุณลูก
ชื่อ เมย์ - ฝนพา ปราโมช ณ อยุธยา หรือ เมย์ เดอะวอยซ์ ค่ะ เป็นนักร้องและเป็นคุณเแม่ของ “น้องตั้งเต” ด.ช นภนต์ แปลว่า สุดขอบฟ้า นภนต์-ฝนพา คล้องกันค่ะ และ ฟ้า กับ ฝน ยังไงก็คู่กันอยู่แล้ว ส่วน ตั้น+เมย์ = ตั้งเต ชื่อพ่อกับแม่บวกกัน ได้เป็นชื่อไทยๆ คือ ตั้งเต คือ การละเล่นที่กระโดดอยู่ในกรอบค่ะ ตอนนี้น้องตั้งเตอายุ 3 ขวบ 9 เดือนแล้ว เป็นเด็กที่ตัวโตมาก ไปหาคุณหมอล่าสุดมีความสูงเท่าเด็ก 5 ขวบแล้ว แต่เขาก็สูงมาตั้งแต่เกิดแล้วนะ ตอนเกิดน้ำหนัก 4.1 กิโลกรัม เวลาไปหาคุณหมอเขาจะอยู่กราฟบนตลอด เป็นเด็กที่สูงกว่าวัยมาก
ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง
รับร้องเพลงตามงานต่างๆ อาทิ งานแต่ง อีเว้นท์ รับจ้างทั่วราชอาณาจักรกันเลยทีเดียว แล้วก็รับสอน เปียโน สอนร้องเพลงที่บ้าน
อยากให้พูดถึง การบริหารเวลายังไง ไม่ให้น้องตั้งเต รู้สึกว่าขาดความอบอุ่น เพราะงานก็ค่อนข้างเยอะ
ของเมย์นี่ง่ายมากเพราะก่อนที่จะมีตั้งเต เมย์สอนเปียโนมาก่อน จะไปสอนตามบ้าน แต่พอเมย์ท้องก็เปลี่ยนมาสอนที่บ้านอย่างเดียว ให้นักเรียนมาเรียนที่บ้าน ดังนั้นไม่ว่าในหนึ่งวันเราจะสอนกี่คนก็ตาม พอเราสอนเสร็จเราก็อยู่ที่บ้านอยู่แล้ว ระหว่างที่สอน สอน 3 ชั่วโมง ก็จะมีช่วงเบรก ก็จะไปดูเขา ช่วงที่เราสอนเราก็จะฝากตั้งเตไว้กับแม่บ้าน หรือให้เขานอนก่อน พอนอกเหนือจากเวลาที่สอน ก็คือเราจะอยู่กับลูกตลอด 24 ชั่วโมงเลย ส่วนเวลามีงาน ซึ่งอาชีพของเรามันไม่ใช่แบบ office hours อยู่แล้ว ฉะนั้นเราก็จะมีเวลาให้ลูก หรือบางช่วงที่มีละครเวที หรือว่า ถ่ายละคร ที่ต้องไปทั้งวัน ก็จะฝากให้คุณยาย คุณย่า หรือใครที่ว่างช่วยดูแลให้ และนอกเหนือจากเวลาทำงานทั้งหมดเป็นของลูกหมดเลยค่ะ เราจะไม่มีไปเที่ยวเล่น นอกเหนือจากว่าถ้าเราไปทำงานก็อาจจะเลยไปบ้าง เพราะฉะนั้นใครจะมองว่าเราไม่มีเวลาให้ลูกนี่ ไม่จริงเลย อย่างคุณพ่อ คุณพ่อตั้น เขาทำงานแบบ office hours เขาก็มีเวลาอยู่กับลูกตอนช่วงเย็น อย่างการแบ่งเวลาในการดูแลลูกของเราสองคน โลจิกส์ของเมย์กับตั้นคล้ายๆกัน คือ นอกเหนือจากเวลาทำงาน คือ ของลูกหมด อย่างตั้นพอเขาเลิกงาน 5 โมงย็น เขาจะไม่เคยถึงบ้านเกิน 18.30 น เลยทุกวัน เรียกได้ว่าเลิกงานปุ๊บก็กลับบ้านเลย ซึ่งเมย์ก็เหมือนกัน คือ ถ้ามีงานอีเว้นท์ต้องไปร้องเพลงเลิกงานปุ๊บก็กลับบ้านเลย น้อยมากที่จะเถลไถลไปที่อื่น นอกเหนือจากการทำงานเราให้ลูกหมดเลย
วางอนาคตของน้องตั้งเตไว้ยังไงบ้าง / อยากให้เขาเป็นศิลปินเหมือนคุณแม่ไหม
ไม่ได้มองไว้เลย คิดไว้ว่าจะไห้เขาเลือกอาชีพเอง แต่ตอนนี้สิ่งที่เมย์เน้นมากๆ คือ เมย์จะสอนให้เขาเป็นคนดี หรือเป็นคนที่อยู่ในสังคมได้ เนื่องจากตอนนี้เมย์มีลูกคนเดียวแล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะมีอีกคนหรือเปล่า ดังนั้นเราก็ต้องสอนให้เขาเหมือนกับรู้จกรับผิดชอบต่อส่วนรวม อย่างเช่น จอดรถก็ต้องจอดให้อยู่ในช่องจอดนะ อย่าจอดรถขวางคนอื่นนะ เป็นเรื่องง่ายๆที่เวลาเรานั่งรถไปด้วยกันเราก็จะสอนเขา หรือ ถ้าเขามีพฤติกรรมอะไรที่ตั้งเตทำแล้วไม่ดี เราจะจะบอกว่า ทำอย่างนี้ไม่ดีนะครับ จะไม่มีคนอยากเล่นด้วยนะ หรือถ้าแม่บ้านมาช่วยเลี้ยงพอเลี้ยงเสร็จก็จะให้เขาขอบคุณแม่บ้านที่มาช่วยเลี้ยง เหมือนกับให้เขารู้จักสัมมาคารวะ มีมารยาทดี มีความคิดดี ทำดี ไม่เอาเปรียบคนอื่นและก็รับผิดชอบต่อส่วนรวม อันนี้ คือหลักๆที่เราจะสอนเขา ส่วนด้านความสามารถพิเศษว่าจะไปในด้านไหน อันนั้นคงต้องรอให้เขาโตกว่านี้อีกหน่อย
ช่วงนี้เขาก็ยังไม่มีอะไรสนใจเป็นพิเศษ เพราะอยู่ในช่วงวัยของการเรียนรู้ อย่างช่วงนี้ก็จะแบบตั้งเตเป็นทหาร เราก็จะเอาสิ่งที่เขาพูดเขาทำกลับมาสอนเขา อย่างถ้าเป็นทหารต้องกระฉับกระเฉงนะ เวลาแม่ให้ทำอะไรต้องทำทันที ต้องครับผมกับแม่นะครับ อย่างก่อนหน้านี้ก็จะเป็นคุณหมอตั้งเต เราก็จะคอยบอกถึงข้อดี ข้อเสีย ในแต่ละอาชีพว่าเป็นยังไง คอยแนะแนวเขา แต่ก็ไม่ได้ไปโน้นน้าวให้เขาไปในทางใดทางหนึ่ง แต่ถ้าเขาอยากจะสร้างจินตนาการก็เอาให้สุด เราก็จะคอยป้อนข้อมูลเพื่อให้เขาได้รับรู้แบบเสมือนจริง แต่เขาก็มีความโดดเด่นในเรื่องของดนตรีนะตั้งแต่เล็กๆเลย คือเขาร้องเพลงได้คล่องก่อนที่จะพูดได้เสียอีก เขาชอบร้องเพลงมากตั้งแต่เล็ก แม้กระทั่งเวลากระซิบ ก็จะกระซิบเป็นเพลง ตื่นมาอย่างแรกคือร้องเพลง จะเป็นคนที่จำเนื้อร้องได้เก่งมาก แม้กระทั่งเพลงยาวๆ เขาก็จะจำได้ อย่างเวลาเมย์ต้องหัดเพลงใหม่ ที่ต้องไปร้องในงานเราก็จะหัดร้องซ้ำๆอยู่ที่บ้าน เขาก็จะร้องตามเราไปด้วยได้เลย แล้วเสียงกับจังหวะไม่เพี้ยนเลย เป๊ะมาก สามารถเปลี่ยนคีย์ไปได้เรื่อยๆ แล้วนี่ก็กลายเป็นเกมที่เราเล่นแล้วสนุกกันมาก ไม่ว่าจะเปลี่ยนคีย์ร้องยังไงก็ไม่เพี้ยนเลย หูเขาดีมาก แต่เมย์ก็ไม่ได้คิดว่าจะให้เขาเป็นนักดนตรีหรือนักร้อง แต่ก็จะสอนไว้เพื่อให้เป็นงานอดิเรกได้
นิยามของการการเป็น แม่ “ที่ดี” ในมุมมองของเรา
ต้องเข้าใจเขา คือ ชื่นชมในสิ่งที่ดีแม้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ เราก็ต้องไม่นิ่งเฉย หลักๆ คือ “ความเสียสละ” เราต้องเสียสละอะไรหลายๆอย่างมาก เสียสละในแง่ที่ว่าต้องไม่คิดถึงตัวเองมากกว่าลูก อย่างเราอาจมองบางสิ่งที่เขาทำมันไม่ดี แต่เราต้องมองในมุมของเขา ไม่ใช่มองในมุมของเรา คือ ไม่ตัดสินลูกในมุมมองของเราเพียงอย่างเดียว ต้องพยายามเข้าใจเขาด้วย ต้องเสียสละเวลาแม้ว่าเราอยากจะไปไหน เราก็ต้องแบบไม่ไปนะ จะเลือกที่จะไปมีความสุขเอง หรือ มีความสุขอยู่กับลูก ทั้งที่จริงๆแล้วการเลี้ยงลูกมันก็เหนื่อยอยุ่แล้ว แต่เรารู้สึกว่าเราเป็นความสุขทั้งหมดของเขา เราก็ต้องเสียสละตรงส่วนนี้ได้เพื่อความสุขของเขา เพราะ ณ ตอนนี้เขายังต้องการเราอยู่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ตั้งเตเป็นงานประจำของเรา ที่ลาออกไม่ได้ ซึ่งเราก็ไม่อยากลาออก ด้วยเมย์อยากเป็นแม่อยู่แล้ว ไม่เคยรู้สึกแม้แต่วินาทีเดียวเลยว่าไม่น่ามีลูกเลย ไม่เคยมีความคิดนี่เลย จะมีแต่ความรู้สึกที่ดีพอใจกับการเห็นลูก เราเกิดมาเพื่อตั้งเตจริงๆ แล้วตั้งเตเองเขาก็จะรับรู้ในส่วนนี้ได้ เขาก็จะรักแม่มาก ชอบบอกเรา “ตั้งเตคิดถึงคุณแม่” แต่ด้วยเมย์เองก็จะเว่อร์กับลูกเขาก็เลยซึมซับตรงส่วนนี้ไปด้วย เขาเลยกลายเป็น “สวีทบอย” ไปเลย ไม่เฉพาะกับเราเท่านั้น อย่างถ้าคุณย่าจะไปไหน เขาก็จะถาม คุณย่าไม่ไปได้ไหม เพราะเดี๋ยวตั้งเตคิดถึง ฉะนั้นเราเป็นความสุขของลูก ลูกก็เป็นความสุขของเรา
อยากฝากอะไรถึงตั้งเต เมื่อวันหนึ่งในอนาคตเขาจะได้มีโอกาสมาอ่านบทสัมภาษณ์นี้
สำหรับตั้งเตในอนาคตนะครับ แม่ก็หวังว่าเราจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป เมย์ก็ทราบแหละว่าวันหนึ่งข้างหน้าเราไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ลูกเกาะติดเรา ถ้าโตแล้วเขาก็ต้องไปมีเพื่อน มีสังคมของเขา แต่เราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น อยากให้คงความสุขที่เรามีให้กันและกันอยู่ตรงนี้ อยากให้เก็บเอาไว้ตลอดไป เราจะโตไปพร้อมๆกัน เพราะอย่างไรลูกก็ยังเป็นเด็กสำหรับคนเป็นแม่เสมอ แต่เราก็ต้องยอมรับในความที่เขาโตขึ้น เราต้องให้เกียรติเขาว่านี่คือ เราจะมองว่าเขาเป็นเด็กตลอดไปไม่ได้ เราอย่ามองในมุมของเรา เราต้องมองในมุมของเขา เราต้องโตไปกับเขา อยากให้ตั้งเตรู้สึกว่าเราโตไปด้วยกันนะ เราอย่าละเลยซึ่งกันและกัน เราจะต้องดูแลกันตลอดไป ทุกวันนี้เราก็จะสอนจะถามเขาว่า แม่ดูแลตั้งเตดีไหมลูก ตั้งเตก็ต้องดูแลคุณแม่เหมือนที่คุณแม่ดูแลตั้งเตนะครับ เราต้องดูแลกัน เรามีกันอยู่แค่นี้ เพราะเรารักกันนะครับ เราก็อยากให้เขาจำในสิ่งที่เราทำกันในวันนี้แล้วก็ทำให้ได้ตลอดไป “เพราะลูกคือความภูมิใจของแม่”
"แม่ภูมิใจในตัวตั้งเตตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณแม่รู้ว่าท้องลูก และคุณแม่ก็ภูมิใจที่สุดในวันที่ลูกเกิดมา ลูกคือความภูมิใจที่สุดของแม่ตลอดไปนะครับ อยากให้ลูกเป็นคนดี และให้เรารักกันและใกล้ชิดกันแบบนี้ตลอดไป รักลูกมากที่สุดนะครับ"
ขอบคุณรูปจากนิตยสาร LIP






